Skip to main content

ชื่อเรื่อง : 스물다섯 스물하나 / Twenty-Five Twenty-One
ประเภท : โรแมนติก
จำนวนตอน : 16
ออกอากาศช่อง : tvN
ช่วงออกอากาศ : 12 ก.พ. 2022 - 03 เม.ย. 2022
วันเวลาออกอากาศ : เสาร์ - อาทิตย์ 19.00 น.

ดารานักแสดง

เรื่องย่อ Twenty-Five Twenty-One

“เราเรียกชื่อกันครั้งแรก ตอนอายุ 18 ปี และพออายุ 21 ปี เราก็ตกหลุมรัก”
ซีรีส์เกาหลี โรแมนติก เรื่องราวความรักและมิตรภาพ ช่วงวัยที่เปลี่ยนผ่าน
ของหนุ่มนักข่าวแบคอีจิน(นัมจูฮยอก) และสาวนักกีฬาฟันดาบนาฮีโด(คิมแทรี)

เป็นเรื่องราวชีวิตของวัยรุ่นที่สูญเสียความฝันไปในยุคที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 1998 รวมถึงเรื่องราวของสถานการณ์ไร้ทางออกและการเติบโตของพวกเขา พวกเขาเรียกชื่ออีกฝ่ายเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 22 และ 18 ขณะที่ปัจจุบันพวกเขาอายุ 25 และ 21 เส้นบางๆ ระหว่างรักแรกที่ทำให้หัวใจสั่นไหวกับมิตรภาพแสนอบอุ่น ทำให้พวกเขารู้สึกใจเต้น ความรักและการเติบโตอันแสนสดใส รวมถึงเคมีระหว่างกัน และความยากลำบากที่กลุ่มเพื่อนทั้งห้าได้เผชิญ ย้อนเตือนให้เรานึกถึงชีวิตวัยรุ่นที่แม้จะเหนื่อยยากแต่ก็สวยงาม

สปอย Twenty-Five Twenty-One รายตอน

สปอยล์ตอนที่

1


นาฮีโดพาคิมมินแชลูกสาวของเธอไปแข่งขันบัลเลต์ แต่มินแชตัดสินใจไม่แข่งเพราะคิดว่าตนเองสู้คนอื่นไม่ได้และจะเลิกเต้นบัลลเลต์ จากนั้นเธอก็ขอไปอยู่กับคุณยายชินแจกยองสักพักและได้เห็นไดอารี่ของนาฮีโดเมื่อตอนอายุสิบแปดปี

ย้อนไปปีในปี 1998


สปอยล์ตอนที่

2


นาฮีโดเพิ่งรู้ว่าแม่ของเธอไม่ได้ขายแหวนแต่งงานไปเมื่อปี1998 อย่างที่เธอเข้าใจผิดมาตลอด หลังจากที่ลูกสาวของเธอส่งภาพถ่ายแหวนแต่งงานของคุณยายให้ดู

ปี 1998….
ชินแจกยองไปส่งฮีโดในวันแรกของการย้ายไปเรียนที่ใหม่ คุณครูทุกคนต่างก็ให้การต้อนรับแจกยองเพราะเธอคือผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ฮีโดได้เรียนห้องเดียวกับมุนจีอุงและจีซึงวานที่เป็นหัวหน้าห้อง มุนจีอุงตีสนิทกับฮีโดเมื่อรู้ว่าเธออยู่ชมรมฟันดาบเพราะหวังว่าเธอจะเป็นสะพานให้เขากับโกยูริม


สปอยล์ตอนที่

3


ฮีโดไปรับมินแชที่บ้านคุณยายเพื่อไปทำกายภาพบำบัดถึงแม้ว่ามินแชจะเลิกเต้นบัลเลต์แล้วก็ตาม ฮีโดบอกกับลูกว่าในตอนนั้นเธอไม่ยอมเลิกฟันดาบเพราะว่าใจมันรัก แม้ใครๆ จะบอกว่าฝีมือของเธอไม่ดีก็ตาม

ในปี 1998..
อีจินเขียนโน้ตบอกรหัสคำตอบชุดใหม่สำหรับเข้าห้องน้ำที่ฮีโดแวะไปเป็นประจำเพื่อเป็นการตอบแทนความสุขที่เธอมอบให้เขา จีซึงวานเห็นอีจินสวมเสื้อรุ่นของชมรมกระจายเสียง จึงได้รู้ว่าเขาคือรุ่นพี่เมื่อสี่ปีก่อน ทั้งสองคนทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ ซึงวานแปลกใจที่อีจินกลายเป็นคนล้มละลายและเช่าห้องที่บ้านของเธอทั้งที่ตอนเรียนเขาเป็นลูกเศรษฐี เขาจึงบอกว่ามันเป็นอดีตไปแล้ว


สปอยล์ตอนที่

4


จีซึงวานคือเด็กเรียนดีและได้ที่หนึ่งของโรงเรียน เธอจึงได้รับสิทธิพิเศษและใช้ห้องเก็บของบนดาดฟ้าเป็นรังลับส่วนตัวของเธอ ฮีโดขอให้มุนจีอุงช่วยสอนเต้น เขาจึงพาเธอขึ้นไปบนห้องลับของซึงวานและขอแลกเปลี่ยนโดยให้ฮีโดนำเครื่องดื่มไปใส่ไว้ที่ตู้เก็บของของโกยูริมทุกเช้า


สปอยล์ตอนที่

5


อีจินพูดให้กำลังใจฮีโดซึ่งเธอขอรับไว้ทั้งหมดและจะเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ไปด้วยกันกับเขา อีจินไปส่งฮีโดที่หน้าบ้านและได้ดาบเป็นของขวัญจากเธอ ชินแกยองต่อว่าฮีโดที่คุยกับอีจินอย่างสนิทสนม ฮีโดเสียใจที่แม่ไม่เคยให้กำลังใจเธอด้วยซ้ำ เธอจึงบอกว่ากำลังจะไปคัดเลือกตัวแทนทีมชาติและจะทำอย่างเต็มที่เพื่อตัวของเธอเอง

คิมมินแชได้อ่านไดอารี่ในวัยเด็กของฮีโด เธอจึงบอกกับตัวเองว่าแม่คือความภาคภูมิใจของเธอเพราะนอกจากเรื่องรักที่แม่เขียนและความง่างามของแม่แล้ว เธอยังเห็นในความพยายามต่างๆที่มีเพียงแม่เท่านั้นที่รู้


สปอยล์ตอนที่

6


อีจินพาแม่ไปที่ร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ได้แชทกับพ่อและเห็นหน้ากันและกันผ่านกล้อง จากนั้นเขาก็บอกแม่ว่าจะกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่โซล อีฮยอนรู้สึกผิดที่เถียงกับพี่ชาย เขาจึงเขียนจดหมายขอโทษใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางของอีอีจินและอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการตัดสินใจครั้งนี้

ห้าเดือนต่อมา...


สปอยล์ตอนที่

7


คิมมินแชอยากเลิกเต้นบัลเลต์เพราะคิดว่าตนเองไม่มีการพัฒนา ฮีโดจึงสอนลูกเหมือนกับที่พ่อเคยสอนเธอว่าความสามารถของคนเราไม่ได้พัฒนาขึ้นแบบเนินเขาแต่จะพัฒนาตามแบบขั้นบันไดซึ่งเมื่อถึงขั้นสูงสุดแล้วก็จะมีการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่รออยู่ แต่คนเรามักจะไม่รู้ตัวเพราะคิดว่าตัวเองยังอยู่ที่เดิม ฮีโดอยากให้คิมมินแชลองถามตัวเองอีกครั้งว่าสนุกกับการเต้นบัลเลต์หรือสนุกกับการได้รับคำชม

ฮีโดหัดฟันดาบครั้งแรกเมื่อตอนอยู่กับพ่อที่ฝรั่งเศสและได้เหรียญทองเป็นครั้งแรก เธอสัญญากับพ่อที่กำลังป่วยหนักว่าจะคว้าเหรียญทองให้ได้อีก ต่อมาไม่นานพ่อของเธอก็เสียชีวิต


สปอยล์ตอนที่

8


ฮีโดค้นหารูปของดาอึนในสมุดอนุสรณ์รุ่นด้วยความหงุดหงิดเพราะอยากรู้ว่าใครคืออาอึนที่อีจินบอกรักในตอนนั้น อีจินนำเงินบางส่วนไปคืนให้กับเจ้าหนี้ของพ่อตามที่เคยรับปากไว้ เขาจึงบอกกับอีจินให้ตามหาความสุขเพื่อตัวเอง อีจินย้ายกลับไปเช่าบ้านของซึงวาน มุนจีอุงและฮีโดรวมทั้งโกยูริมจึงไปช่วยจัดของ ฮีโดพบสติ๊กเกอร์รูปคู่ของอีจินกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจึงคิดว่าเป็นดาอึน แต่ยูริมบอกว่าผู้หญิงในรูปชื่อมินยองคนที่อีจินเคยคบด้วยนานที่สุด ฮีโดพลาดทำกระจกหน้าต่างแตก อีจินจึงอุ้มเธอออกจากบริเวณนั้นเพื่อไม่ให้บาดเจ็บทำให้ฮีโดรู้สึกหวั่นไหว


สปอยล์ตอนที่

9


อีจินปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่อินจอลมีและเขาก็แวะซื้อดอกกุหลาบสีเหลืองระหว่างทางที่ไปสัมภาษณ์ ฮีโดจึงคิดว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญและอายที่พูดออกไปว่าจะต้องครอบครองเขา โกยูริมเพิ่งรู้ว่าตัวเองคือคนที่ฮีโดมักจะพูดถึงในแชท ยูริมขอร้องอีจินให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับและขอเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อหาทางแก้ไข เธอรู้สึกผิดที่เคยพูดจาไม่ดีกับฮีโดทั้งที่ฮีโดรักและชื่นชมเธอตลอดมา อีจินอดขำไม่ได้กับคำพูดของฮีโดที่ว่าจะครอบครองเขา แทนที่เธอจะบอกว่าชอบ หลังจากนั้นฮีโดก็พยายามหลบหน้าอีจิน


สปอยล์ตอนที่

10


อีจินรักฮีโดในแบบที่เธอเป็นและไม่ได้คาดหวังอะไร ขอเพียงทำให้เธอมีความสุขขึ้นก็พอ ความรู้สึกของฮีโดเหมือนได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปและกล้าที่จะทำทุกสิ่งตราบใดที่มีอีจิน

อีจินขอโทษพีดีพัคกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับฮีโด แต่พีดีพัคกลับพูดจาดูแคลนอีจินเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาและครอบครัวล้มละลายของเขา อีจินอดทนและไม่ตอบโต้ เขาบอกกับตัวเองว่าจะต้องทำงานให้ดีมากขึ้นไปกว่านี้


สปอยล์ตอนที่

11


ฮีโดซ่อมเก้าอี้ตัวเก่าและเล่าให้มินแชฟังว่าพ่อของเธอทำไว้สามตัวสำหรับนั่งด้วยกันในสวนซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนมีความสุขมาก หลังจากที่พ่อเสียชีวิตและแม่ก็ยุ่งกับงานมากขึ้น เธอจึงต้องนั่งเพียงลำพังและเรียนรู้ที่อยู่คนเดียวจนเกิดความเคยชิน

มุนจีอุงตั้งใจจะสารภาพรักโกยูริมในวันแสดงคอนเสิร์ตเสาร์อาทิตย์นี้ แต่ทว่ายูริมและทีมฟันดาบต้องออกไปฝึกซ้อมนอกสถานที่ตามที่โค้ชชานมีบอกเป็นเวลาสามวันสองคืน

ยูริมสารภาพว่าเธอเคยก้าวร้าวกับฮีโดตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเพราะความกลัว ยูริมไม่เคยลืมฮีโดที่เคยชนะเธอเมื่อครั้งแข่งขันกีฬาฟันดาบยุวชนและตอนนี้เธอก็ยังคงกลัวฮีโดอยู่


สปอยล์ตอนที่

12


หลังจากไปเยี่ยมหลุมศพพ่อ ฮีโดกับแม่เข้าใจกันมากขึ้นและตกลงกันว่าจะไปเยี่ยมพ่อด้วยกันทุกปี อีเยจีอยากลาออกจากชมรมฟันดาบเพราะคิดว่ามันไม่ใช่แนวทางของเธอ โค้ชชานไม่ยอมให้เยจีเลิกฟันดาบง่ายๆ ถ้าเยจีอยากลาออกจริงๆ จะต้องเข้ารอบรองระดับประเทศให้ได้ ฮีโดและยูรและยูริมจึงช่วยกันฝึกซ้อมให้เยจี


สปอยล์ตอนที่

13



ฮีโดจูบอีจินด้วยความรักแบบหนุ่มสาวแต่อีจินไม่ได้ตอบโต้และเดินไปส่งเธอที่บ้าน ฮีโดจึงคิดว่าความรักของเธอที่มีต่ออีจินเป็นความรักที่ไม่ถูกต้อง แต่ความรักของอีจินที่มีต่อฮีโดนั้นทำให้เธอรู้สึกว่ามันแตกต่างกัน

ชินแจกยองตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงสำหรับฮีโด โค้ชชานมีดีใจที่จะได้กลับไปเป็นโค้ชทีมชาติอีกครั้งในรอบเก้าปี เธอเล่าให้อีจินฟังถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแจกยองที่ในตอนแรกมีความสนิทกันจนกระทั่งแจกยองทำข่าวในด้านลบจนทำให้ชานมีเสียชื่อเสียง


สปอยล์ตอนที่

14



ปี 2009 ฮีโดได้เหรียญทองที่สามในการแข่งขันที่ซานฟรานซิสโก นักข่าวแพคอีจินต่อสายตรงเพื่อขอสัมภาษณ์นักกีฬานาฮีโด ตั้งแต่มาดริก ปราก ต่อเนื่องจนถึงซานฟรานซิสโก นาฮีโดคว้าสามเหรียญทองรวด นาฮีโดให้สัมภาษณ์ว่าในทุกๆการแข่งขันล้วนยากทั้งนั้น สำหรับเธอการแข่งในมาดริก ปี 2001 ที่ได้เหรียญทองแรกยากที่สุด คู่ต่อสู้ของเธอคือยูเลียโกจากประเทศรัสเซีย ซึ่งก็คืออดีตนักกีฬาทีมชาติเกาหลีโกยูริม


ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2000


สปอยล์ตอนที่

15



อีจินรู้สึกผิดที่การทำข่าวของเขาทำให้ยูริมถูกด่าว่าเป็นคนขายชาติ ฮีโดปลอบใจเขาว่ามันคือหน้าที่ที่ต้องทำและชวนเขาลบข้อความบนกำแพงด้วยกัน ฮีโดขอแบ่งปันทุกอย่างของอีจิน ไม่ว่าจะเป็นความเศร้า ความยินดี ความสุข ความท้อแท้ เธอขอให้เขาแบ่งปันความทุกข์กับเธอทุกครั้งดีกว่าการรู้สึกโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ต่อมาอีจินขออนุญาตชินแจกยองว่าเขาต้องการย้ายแผนกเพราะไม่ต้องการทำร้ายความรู้สึกของฮีโดเหมือนตอนที่เขาทำข่าวโกยูริม ชินแจกยองขอให้อีจินกับฮีโดเข้ากันได้ดีเมื่อเขาสารภาพว่ากำลังคบกับฮีโด


สปอยล์ตอนที่

16


เมื่อสองเดือนก่อน หลังจากที่อีจินได้เป็นนักข่าวตัวแทนที่นิวยอร์ก เขาโทรบอกฮีโดว่าจะกลับมาเกาหลีเพื่อสะสางงานเก่าก่อนที่จะไปรับตำแหน่งใหม่ แต่ในช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่ฮีโดต้องไปแข่งขันที่ยุโรป พวกเขาจึงไม่มีโอกาสได้พบกัน อีจินขอโทษที่ไม่สามารถรักษาสัญญาไว้ได้ ฮีโดจึงบอกเขาให้เลิกขอโทษเธอได้แล้ว