Skip to main content

ชื่อเรื่อง : 오월의 청춘 / Youth of May
ประเภท : วัยรุ่น โรแมนติก เมโลดราม่า
จำนวนตอน : 12
ออกอากาศช่อง : KBS2
ช่วงออกอากาศ : 03 พ.ค. 2021 - 08 มิ.ย. 2021
วันเวลาออกอากาศ : จันทร์ - อังคาร เวลา 19.30 น.

ดารานักแสดง

เรื่องย่อ Youth of May

ละครเรื่องนี้อ้างอิงจากเหตุการณ์จริง
ในปี 1980 ระหว่างเกิดเหตุจลาจลที่เมืองกวางจู
เป็นเรื่องรางความรักระหว่างนักศึกษาแพทย์ฮวังฮีแท (อีโดฮยอน)
และพยาบาลคิมมยองฮี (โกมินชี) ซึ่งความรักของพวกเขาดูเหมือนโชคชะตาได้ลิขิตเอาไว้แล้ว
ฮีแทเป็นนักเรียนแพทย์ระดับหัวกะทิในชั้นเรียน แม้จะเป็นคนเรียบง่ายแต่ก็เป็นคนดื้อรั้นเช่นกัน
มยองฮีทำงานเป็นพยาบาลมาสามปี เธอเป็นคนน่ารักสดใสและยืนหยัดต่อสู้กับเรื่องที่ไม่ยุติธรรม

สปอย Youth of May รายตอน

สปอยล์ตอนที่

1-2


เปิดเรื่องมาปี 2021
- คนงานก่อสร้างพบโครงกระดูกมนุษย์ในเขตควังจู เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงส่งไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อตามหาญาติ คาดว่าอาจเป็นหนึ่งในเหยื่อของเหตุการณ์จราจลควังจูเมื่อ 41 ปีก่อน..
ย้อนไปที่ปี 1980


สปอยล์ตอนที่

3-4


 ก่อนไปออกเดต ซูรยองแนะนำมยองฮีทุกเรื่องเพื่อให้ฮวังฮีแทปฏิเสธ มยองฮีทำตามทุกอย่างที่ซูรยองบอก แต่ทว่าฮีแทกลับยิ่งสนใจเธอมากขึ้น เขาสังเกตว่ารองเท้าส้นสูงที่มยองฮีสวมอยู่นั้น มันหลวมเกินไป มยองฮีใช้ไม้ตายที่ผู้ชายทุกคนต้องปฏิเสธ นั่นก็คือชวนเขาไปช้อปปิ้ง เธอตั้งใจจะเลือกสินค้าที่แพงที่สุดและให้ฮีแทเป็นคนจ่ายเงิน แต่สุดท้ายเธอเลือกเพียงแค่ซองใส่พาสปอร์ต ฮีแทแอบซื้อรองเท้าส้นเตี้ยเพื่อให้เธอใส่ออกเดตครั้งหน้า และนั่งรถแท็กซี่ไปส่งเธอที่บ้านของซูรยอง ซูรยองไม่ให้มยองฮีใส่รองเท้าที่เขาซื้อให้ เพราะอาจทำให้ฮีแทคิดว่าเธอตอบรับเขา  ฮีแทกลับถึงบ้านอย่างมีความสุขและเริ่มเขียนโน้ตเพลงเมื่อคิดถึงเธอ พ


สปอยล์ตอนที่

5-6


ฮีแทนำของขวัญจากพ่อของเขาไปมอบให้อีชังกึนที่บ้าน จึงได้พบทั้งซูรยอนและมยองฮี พวกเขาทั้งหมดร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ฮีแทสังเกตเห็นความสนิทสนมที่อีซูชานมีต่อมยองฮี หลังจากมื้ออาหารฮีแทและซูรยอนคุยกันเป็นการส่วนตัว

ซูรยอนบอกว่าเธอส่งมยองฮีไปเป็นตัวแทนเธอเพราะหวังจะให้เขาปฏิเสธ และมยองฮีเองก็ต้องการหาเงิน ฮีแทยอมรับกับซูรยอนว่าเขาชอบมยองฮี แต่มยองฮีไม่ยอมรับว่าเธอชอบฮีแท ซูรยอนต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับกับพ่อต่อไป ฮีแทแอบส่งกระดาษเล็กๆ ให้มยองฮีเพื่อนัดเจอกันคืนนี้ที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง


สปอยล์ตอนที่

7-8



มยองฮีรับปากว่าจะให้คำตอบฮีแทเมื่อเขาสร่างเมา เรื่องที่เขาขอคบกับเธอจนสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม เช้าวันรุ่งขึ้นเธอทำงานอย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงเสียงเพลงของฮีแท
ฮีแทไปดำเนินเรื่องต่อเพื่อให้คนไข้จางซอกชอลได้ย้ายมารักษาต่อที่โรงพยาบาลในกวังจูซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ผอ.ชเวบยองกึนแปลกใจถึงสาเหตุที่ฮีแทช่วยเหลือเธอขนาดนี้ ทั้งๆที่ไม่ใช่ญาติ เมื่อพบมยองฮีที่โรงพยาบาล ฮีแทอ้างว่าเขาหาหมอเพราะอาการเมาค้างจากเมื่อคืนเท่านั้น มยองฮียื่นจดหมายลาออกล่วงหน้า ก่อนที่เธอจะเดินทางไปเรียนต่อ


สปอยล์ตอนที่

9-10



ก่อนหน้าที่มยองฮีจะไปให้คำตอบฮีแทตามนัด ซูรยอนไปขอร้องให้มยองฮีช่วยพูดกับฮีแทเพื่อให้เขายอมรับการหมั้นกับเธอ เพราะปัญหาทางครอบครัว มยองฮีจึงขอร้องให้ฮีแทหมั้นกับซูรยอนโดยให้เหตุผลว่าซูรยอนเป็นเพื่อนรักของเธอเหมือนกับคิมกยองซูที่เป็นเพื่อนรักของเขา และหากเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของซูรยอน เธอก็จะไม่ให้อภัยตัวเอง ฮีแทรู้สึกเสียใจแต่ก็จะยอมทำตามความต้องการของเธอ มยองฮีอยากได้ช่อดอกไม้ที่ฮีแทนำไปด้วย แต่เขาอ้างว่าพ่อฝากซื้อ วันรุ่งขึ้นฮีแทไปบอกพ่อของซูรยอนว่าเขาจะหมั้นกับเธอ


สปอยล์ตอนที่

11-12


จองฮเยกอนกำลังลังเลใจว่าควรจะเข้าไปร่วมแสดงความยินดีกับซูรยอนหรือไม่ ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นฮีแทและมยองฮีกำลังวิ่งจูงมือกันออกไปจากที่นั่น ซูรยอนมองลงมาจากห้องจัดเลี้ยง เธอก็เห็นทั้งคู่เช่นกัน เมื่อผู้ใหญ่ถามหาเจ้าบ่าว ซูรยอนจึงแก้ตัวว่าเธอเพิ่งส่งเขากลับบ้านเพราะเขาไม่ค่อยสบายตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ฮวังกีนัมได้ยินซูรยอนพูดเช่นนั้น เขาจึงคิดอะไรบางอย่าง


สปอยล์ตอนที่

13-14


มยองฮีถูกลักพาตัวไปและได้เผชิญหน้ากับฮวังกีนัมซึ่งเธอจำได้ว่าเขาคือพ่อของฮีแท ฮวังกีนัมระงับพาสปอร์ตและวีซ่าของเธอเพื่อไม่ให้ไปเรียนต่อที่เยอรมันซึ่งเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และพ่อของเธอก็เคยเป็นนักโทษคอมมิวนิสต์ข้อหาละเมิดความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อปี 1954 หลังจากมยองฮีได้รับการปล่อยตัวและไปบอกซูชานเรื่องพาสปอร์ต เขารับปากว่าจะพยายามช่วยจนทำให้เธอสามารถไปเรียนต่อได้


สปอยล์ตอนที่

15-16


ซูรยอนและฮีแทเดินทางไปถึงโซล ขณะที่กลุ่มนักศึกษากำลังประท้วงอยู่กลางถนน ฮีแทพาซูรยอนหลบเลี่ยงฝูงชนจนกระทั่งมาถึงบ้านพัก หลังจากนั้นเขาก็ปล่อยให้เธออยู่คนเดียว โดยบอกว่าจะออกไปธุระข้างนอก


สปอยล์ตอนที่

17-18


ฮีแทและซูรยอนกลับมาที่ควังจูโดยไม่บอกครอบครัว ซูรยอนไปแจ้งความคนหายเมื่อเธอไม่พบจองฮเยกอนที่สตูดิโอของเขา จึงได้รู้ว่ามีการประกาศกฎอัยการศึกตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ฮีแทและซูรยอนตัดสินใจจะไปจากควังจูด้วยกัน หลังจากที่แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเสียก่อน

ฮีแทแวะไปเอากีต้าร์ที่ห้องของฮเยกอนจึงพบซูรยอนที่หลบอยู่ที่นั่น เขาจึงบอกว่าหากเธอจะสู้ต่อไป ก็ให้กลับไปที่โซลเพราะสถานการณ์ทางนี้เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มยองฮีไปบอกลาน้องชายที่แค้มป์และสัญญาว่าจะไปดูเขาแข่งขันวิ่งในระดับประเทศให้ได้


สปอยล์ตอนที่

19-20


ซูรยอนและกลุ่มนักศึกษาที่เหลืออยู่ยังคงยืนหยัดการประท้วงต่อไป แม้ว่าเธอจะถูกเพื่อนเหน็บแนมเรื่องฮวังกีนัมในฐานะพ่อสามีของเธอก็ตาม แต่เธอก็บอกเพียงว่าเธอแวะมาเอาเครื่องปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ เท่านั้น

คิมคยองซูคือเพื่อนของฮีแทเมื่อครั้งที่เรียนด้วยกัน พวกเขาต่างก็รักการดนตรี ในการประท้วงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน คิมคยองซูซึ่งเป็นนักศึกษาในตอนนั้นเต็มใจที่จะออกมาประท้วง โดยไม่มีรุ่นพี่ชักจูงอย่างที่ฮีแทเข้าใจผิด ตอนนี้เขาเป็นพลทหารที่ต้องทำตามคำสั่งและหน้าที่ ถึงแม้ว่าเขาไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงก็ตาม


สปอยล์ตอนที่

21-22


ฮีแทฟื้นขึ้นมาและพบว่าตัวเองถูกมัดอยู่ที่พื้นในห้องทำงานของพ่อที่บ้าน ฮวังกีนัมต้องการส่งฮีแทกลับโซลและจะลบประวติการมาที่ควังจูของเขาทั้งหมด แต่ฮีแทไม่ต้องการทำตามคำสั่งของพ่ออีกต่อไป ทั้งคู่เกิดการโต้เถียง จากนั้นกีนัมก็ใช้เทปปิดปากฮีแทและจับเขามัดไว้กับเก้าอี้ ขณะที่มยองฮีเป็นกังวลไม่รู้ว่าฮีแทบาดเจ็บอยู่ที่ไหน เธอจึงตัดสินใจจะรอเขาอยู่ที่โรงพยาบาลและไม่ยอมกลับนาจูกับพ่อของเธอ


สปอยล์ตอนที่

23-24


เช้าวันต่อมามยองซูยังคงรอพ่อและซ่อนตัวอยู่ใต้สะพาน จนกระทั่งกลุ่มนักศึกษามาพบและช่วยเขาไว้ได้ ฮีแทและมยองฮีตัดสินใจแต่งงานกันโดยไม่มีแขกหรือของขวัญ นอกจากคำอธิษฐานของแต่ละคนเท่านั้น ก่อนที่มยองฮีจะกล่าวคำอธิษฐานของเธอต่อจากฮีแท บาทหลวงได้มาแจ้งข่าวร้ายการเสียชีวิตของพ่อเธอ พิธีแต่งงานนั้นจึงต้องหยุดชะงักลง