Skip to main content

ชื่อเรื่อง : 왕이 된 남자 / The Crowned Clown
ชื่อเรื่องอื่นๆ : The Man Who Became King / Masquerade /
Gwanghae, The Man Who Became King
ประเภท : ประวัติศาสตร์
จำนวนตอน : 16
ออกอากาศช่อง : tvN
ช่วงออกอากาศ : 07 ม.ค. 2019 - 04 มี.ค. 2019
วันเวลาออกอากาศ : จันทร์ อังคาร 19.30 น.

ดารานักแสดง

เรื่องย่อ The Crowned Clown

ซีรีส์รีเมคจากภาพยนตร์เรื่อง "Masquerade" ปี 2012

เรื่องราวเกิดขึ้นในรัชสมัยโชซอน เมื่อบ้านเมืองเกิดกลียุค เมื่ออำนาจของฝ่ายกบฏเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด พระราชาที่ต้องหนีเอาตัวรอดจากการถูกลอบปลงพระชนม์ ต้องหาตัวแทนที่เหมือนพระองค์มานั่งบัลลังก์แทน

อีฮอนและฮาซอน(ยอจินกู) ฮาชอน พระราชาที่ตกอยู่ในภาวะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและต้องหนีเอาตัวรอดจากการถูกลอบปลงพระชนม์ จนวันนึงพระองค์ได้พบกับ อีฮอน ชายหนุ่มที่กำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่เด็ก และมีต้องเลี้ยงดูน้องสาวด้วยการเป็นนักแสดงตลก เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มขึ้น

สปอย The Crowned Clown รายตอน

สปอยล์ตอนที่

1


หลังจากพระราชาสวรรคต งค์รัชทายาทอีฮอนก็ขึ้นครองบัลลังค์ และทรงกำจัดองค์ชายกยองอิน พระอนุชาของพระองค์ทิ้ง

ทางด้านฮาซอน ชายหนุ่มที่กำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่เด็ก และมีต้องเลี้ยงดูน้องสาวด้วยการเป็นนักแสดงตลก

แต่ทว่าการครองบังลังค์ของพระองค์นั้น พระองค์ทรงวิตกกังวลแต่ว่าจะมีคนคิดกบฎ หนำซ้ำภาพองค์ชายกยองอินที่พระองค์ทรงสั่งฆ่านั้นยังคอยตามตอกย้ำและหลอกหลอนพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

และไม่เพียงเท่านั้นพระสัสสุระของฝ่าบาทหรือท่าน พระบิดาของพระมเหสีถูกกล่าวหาว่าเป็นคนสั่งให้ลอบปลงพระชนม์พระราชา


สปอยล์ตอนที่

2


ฝ่าบาทรีบออกจากวังทันทีเมื่อได้เจอกับฮาซอน คนที่มีใบหน้าเหมือนพระองค์ยังกับฝาแฝด ฮาซอนต้องใช้ชีวิตเป็นตัวตายตัวแทนฝ่าบาท

ราชเลขาอีและขันทีโจจึงต้องฝึกฮาซอนเพื่อจะเป็นตัวแทนของฝ่าบาท และก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฮาซอนต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่ฝ่าบาททรงปฎิบัติและต้องไม่ให้ผู้ใดจับได้


สปอยล์ตอนที่

3


ฮาซอนกลับไปที่วังหลวงอีกครั้ง และบอกกับราชเลขาอีว่าเขาจะยอมเป็นตัวตายตัวแทนให้กับฝ่าบาท และสิ่งเดียวที่เขาขอนั่นก็คือการแก้แค้นชินอีกยอมลูกชายของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย คนที่ข่มเหงน้องสาวของเขาอย่างไร้ความปราณี ฮาซอนต้องการให้ชินอีกยอมต้องทรทานอย่างสาสม

ส่วนฝ่าบาทได้หลบไปอยู่ที่วัดบนเขา พระองค์ยังทรงมีอาการหวาดกลัวและยังทรงแต่เรื่องที่จะมีคนก่อกบฎอีกทั้งยังคิดว่าพระอนุชายังไม่ตาย ยังกลับมาหลอกหลอนพระองค์อยู่


สปอยล์ตอนที่

4


เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในวังไม่ใช่เรื่องง่าย ฮาซอนจึงต้องการที่จะเรียนรู้และสิ่งนั้นก็เริ่มจากการเรียนรู้หนังสือจีน ฮาซอนจึงขอร้องให้ขันทีโจช่วยสอน ขันทีตอบตกลงและยอมช่วยฮาซอนเรียนรู้

พระมเหสีซอนฮวาหมดสติล้มลงหลังจากดื่มชากับพระมเหสีและสนมคนอื่นๆ แต่ทว่าเรื่องกลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อพระสนมซอนฮวา ทูลต่อฝ่าบาทว่ามีคนสาปแช่งพระนางโดยเอาหุ่นฟางที่มีเข็มมากมายปักอยู่ พัคซังกุงถูกจับเป็นผู้ต้องสงสัยและปิดปากเงียบ นั่นทำให้ความผิดตกไปอยู่กับพระมเหสี

ฮาซอนสัญญากับพระมเหสีว่าขอเวลาและจะพยายามหาทางพิสูจน์เรื่องนี้และช่วยพระมเหสีให้ได้


สปอยล์ตอนที่

5


พระมเหสีทรงดูแลฮาซอนอย่างใกล้ชิด จนอาการดีขึ้นและหายดีในที่สุด

อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายทูลฝ่าบาทเรื่องที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเพื่อรวบรวบข้าวให้ได้มากขึ้น พระองค์จึงเรียกเสนาบดีฝ่ายภาษี มาปรึกษาหารือ และเสนาบดีได้ทูลกับพระองค์ว่าพระองค์ควรตรวจสอบการส่งเครื่องบรรณาการ และให้มีการรับเครื่งบรรณาการเป็นข้าวสาร แต่ทว่าคนที่จะสามารถมาช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ ก็ต้องเป็นจูโฮกอล ผู้ที่ฉลาดปราดเปรื่องด้านการคิดคำนวณ


สปอยล์ตอนที่

6


เพราะคำพูดแสดงความจริงใจและบอกรักจากพระมเหสีนั้นทำให้ฮาซอนรู้สึกปวดใจ และตอบรับความรู้สึกนั้นเอาไว้ไม่ได้เพราะเขาไม่ใช่ฝ่าบาทตัวจริง ฮาซอนจึงพยายามหลบหน้าพระมเหสี

โฮกอลสามารถคำนวณโดยเปรียบเทียบเอกสารครอบครองกับบัญชีเครื่องบรรณาการและพบว่าเครื่องบรรณาการที่เป็นข้าวสารมีราคาสูงกว่าราคาท้องตลาดเพื่อการเก็งกำไร และใช้นั่นเป็นหลักฐานการยักยอกได้สำเร็จ

และโฮกอลยังทูลต่อฝ่าบาทว่าเขาถูกลอบฆ่าและผู้จ้างวานนั้นคือชินอีกยอมลูกชายของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย และขอให้ฝ่าบาททรงลงโทษ


สปอยล์ตอนที่

7


ฝ่าบาททรงหนีออกมากจากวัดเพราะดัลแรเข้าใจว่าฝ่าบาทคือฮาซอนพี่ชายของเธอ ดัลแรวิ่งตามฝ่าบาทไปและพยายามเรียกฝ่าบาทว่าพี่ชาย จนเสียงของดัลแรเปล่งเสียงออกมาได้อีกครั้ง แต่ทว่าดัลแรตามฝ่าบาทไม่ทัน

ฮาซอนที่ได้ไปเที่ยวงานเทศกาลกับพระมเหสีอย่างเพลิดเพลินจนค่ำมืด และทันทีที่กลับถึงพระราชวัง และต้องตกใจเพราะฝ่าบาทตัวจริงกลับมา ฮาซอนถูกฝ่าบาทกระทืบ และยิ่งฝ่าบาททร
เห็นข้ารับใช้รวมถึงพระมเหสี ที่เปลี่ยนไป นั่นยิ่งทำให้ฝ่าบาททรงกริ้วเป็นอย่างมาก


สปอยล์ตอนที่

8


เจ้าหน้าที่จางกลับไปยังหลุมที่ทิ้งฮาซอนไว้ และก็พบว่าฮาซอนนั้นยังไม่ตายและปีนขึ้นมาคว้ามือเขาไว้ได้ ฝ่าบาททรงเลื่อนวันร่วมหอกับพระมเหสีให้เร็วขึ้น แต่ทว่าอาการของพระองค์กำเริบขึ้นและผลุนผลันออกไปจากตำหนักพระมเหสีกลางคัน พระองค์รีบกลับไปที่ตำหนัก อาการของพระองค์กำเริบหนักจนพระองค์หมดสติไป ราชเลขาอีสั่งให้เจ้าหน้าที่จางนำตัวฝ่าบาทไปหลบซ่อน และออกราชโองการจำกัดบริเวณพระพันปี


สปอยล์ตอนที่

9


ฮาซอนไม่สามารถปิดบังความรู้สึกที่มีต่อพระมเหสีได้อีกต่อไป ฮาซอนสารภาพว่าเขารักพระนาง และคอยแต่วนเวียนอยากจะเจอหน้าพระมเหสีตลอดเวลา เช่นเดียวกับพระมเหสีที่ทรงคิดถึงแต่ฝ่าบาทเช่นกัน

อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายหรือใต้เท้าชินเมื่อถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว ใต้เท้าชินไปหาองค์ชายจินพยองและบอกว่าเขาจะทำให้องค์ชายเป็นพระราชา

ท่านราชเลขาอี ทรงคิดและพร้อมรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ทำลงไป เมื่อฝ่าบาทสิ้นพระชนม์ไปแล้ว


สปอยล์ตอนที่

10


ราชเลขาอีเตือนฮาซอน ว่าเขาอาจจะเป็นพระราชาได้แต่ทว่าเขาเป็นได้แค่เงาของพระราชาสำหรับพระมเหสี เพราะเป็นแค่ตัวปลอม ฮาซอนจึงอยากสารภาพความจริงกับพระมเหสี ท่านราชเลขาอีจึงย้ำเตือนในสิ่งที่ฮาซอนตั้งใจแต่แรกว่าการที่เขาเป็นพระราชานั้นเพื่อน้องสาวไม่ใช่หรือ และบอกให้ฮาซอนตัดใจเสียแต่ตอนนี้ หากเขาลังเลและยอมแพ้ตอนนี้จะเป็นเช่นไร หนทางเพื่อมาสู้บัลลังก์นี้ต้องผ่านอะไรมาบ้างและจะต้องเจอกับอุปสรรคขวากหนามอีกมากมาย เขาจะยอมให้แผ่นดินนี้รวมถึงพระมเหสีจะต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างนั้นหรือ


สปอยล์ตอนที่

11


ฮาซอนเสียใจมาก และกล่าวโทษตัวเองว่าไม่ควรไปรักพระมเหสีเลย ยิ่งเห็นสายตาของพระมเหสีแล้วเขาแทบใจสลาย เจ็บปวดเหลือเกินและคิดว่าพระมเหสีก็คงใจสลายไปแพ้กับตนเอง

ราชเลขาอีทรงเข้าเฝ้าพระมเหสีและตอบคำถามที่พระมเหสีทรงอยากรู้ทั้งหมด พระมเหสีจึงรู้ความจริงทั้งหมดว่าฝ่าบาทตัวจริงสิ้นพระชนม์แล้ว และฝ่าบาทตัวปลอมที่พระนางทรงใกล้ชิดคือฮาซอน ตัวตลกที่หน้าเหมือนกับฝ่าบาท ยิ่งรู้ความจริงพระมเหสีก็ยิ่งใจสลาย

ฮาซอนปวดใจจนไม่สามารถทำราชกิจได้ และยังร้องไห้ต่อหน้าขุนนางในท้องพระโรงอีกทั้งยังไม่สนเรื่องที่คณะฑูตจากหมิงกำลังจะมา


สปอยล์ตอนที่

12


เพราะความจงรักภักดีของราชเลขาอีที่แสดงให้คณะฑูตจากหมิงได้เห็น พวกเขาจึงยอมไว้ชีวิตราชเลขาอีและยอมทำตามกำหนดการเดิมที่จะยังพระราชวังในวันรุ่งขึ้นใต้เท้าชินจึงบอกราชเลขาอีว่าวันนี้เขาอาจจะรอดไปได้แต่ถ้าหากวันพรุ่งนี้ฝ่าบาทยังไม่กลับมาที่วังหลวง แม้แต่ราชเลขาอีก็จะช่วยพระองค์ไม่ได้อีก


สปอยล์ตอนที่

13


หลังจากพบใต้เท้าชิน ฝ่าบาททรงรับสั่งให้เปิดการสอบสวนด้วยพระองค์เอง ดัลแรถูกเบิกตัวมาในฐานะพยาน ฝ่าบาททรงรับสั่งว่าให้ทำการสอบสวนชินชีซูในฐานะอาชญากร ทุกคนต่างตกใจ เมื่ออยู่ๆฝ่าบาททรงรับสั่งเช่นนั้น ชินชีซูพยายามบอกว่าฝ่าบาทที่อยู่ต่อหน้าทุกคนนั้น คือตัวตลกชั้นต่ำที่แสร้งเป็นฝ่าบาท และถามดัลแรน้องสาวของตัวตลกนั้น เพื่อยืนยันว่าฝ่าบาทที่เห็นนั้นคือตัวตลกชั้นต่ำ ดัลแรบอกว่าพี่ชายของเขาได้จากไปนานแล้ว เธอไม่กล้าจะโกหกต่อหน้าพระพักตร์ฝ่าบาท ชินชีซูพยายามหาฝักฝ่ายทั้งองค์ชายจินพยองและใต้เท้าคนอื่นๆ แต่ไม่มีใครช่วยเขาแม้แต่คนเดียว


สปอยล์ตอนที่

14


ระหว่างที่ราชเลขาอีเดินทางไปรับพระสัสสุระ ฮาซอนไปหาพระมเหสีและไปที่ทะเลด้วยกัน มเหสีไม่เคยเห็นท้องทะเลและทิวทัศน์เช่นนี้มาก่อน ฮาซอนดีใจที่ได้พาพระมเหสีมาพักแม้จะเป็นเพียงแค่สิ่งเล็กๆที่ทำให้พระนางได้ ฮาซอนได้สัญญากับพระมเหสีว่าจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในหน้าหนาวตามที่พระมเหสีต้องการและจะปั้นตุ๊กตาหิมะด้วย ระหว่างทางกลับ ทั้งคู่เดินผ่านต้นบ๊วยสองต้นที่ลำต้นโค้งเข้าหากัน ตามตำนานถ้าหากคู่รักเดินลอดตันไม้นี้พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกัน ฮาซอนยื่นมือออกไปและถามพระมเหสีว่าอยากอยู่กับเขาตลอดไปหรือไม่ พระมเหสียื่นมือให้ฮาซอนและพยักหน้าตอบตกลงและเดินลอดต้นไม้ไปด้วยกัน ฮาซอนบอกกับพระมเหสีว่าหากพระนางทรงทุกข์


สปอยล์ตอนที่

15


ขันทีโจรีบทูลแจ้งต่อฝ่าบาทว่าองค์ชายจินพยองนำทัพกบฎเคลื่อนมายังราชวัง และไปยังประตูทางทิศตะวันตก ทางตำหนักของพระพันปี และขณะเดียวกันราชเลขาอีก็นำจดหมายฝากมาถึงฝ่าบาทว่าเขากำลังไปตามพระราชสาสน์ที่หายไปแต่เพราะสถานการณ์ในวังและทหารที่มีอยู่นั่นไม่สามารถจะปกป้องและต้านทานทัพกบฎได้กว่าจะทัพเสริมจะมาถึงก็ไม่ทันการณ์

องค์ชายจินพยองไปยังตำหนักพระพันพร้อมทั้งใต้เท้าชิน พร้อมทั้งยังจับตัวราชเลขาอีไปด้วย พระพันปีทรงวางแผนที่จะทำให้ฝ่าบาททรงยอมแพ้และสละบัลลังค์โดยที่พระนางจะไม่ยอมเป็นหัวหน้ากบฎ


สปอยล์ตอนที่

16


ก่อนสิ้นใจราชเลขาอีทูลฝ่าบาทว่าเมื่อเขาตายแล้วให้นำร่างของเขาแขวนเอาไว้ที่ประตู ให้ราษฎรได้เห็นว่าฝ่าบาททรงลงโทษอาชญากรตามกฎหมายฝ่าบาทไม่เห็นด้วย เพราะพระองค์ไม่เคยคิดว่าราชเลขาอีคือกบฎ ราชเลขาอีคือข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของพระองค์ ราชเลขาอีดีใจที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากพระองค์ก่อนจะสิ้นใจในอ้อมแขนของพระองค์

ในขณะที่สถานการณ์ที่ชายแดนกำลังน่าเป็นห่วง ในราชวังก็ยังไม่คลี่คลายและยังมีทัพกบฎอยู่ องครักษ์จางทูลแนะนำฝ่าบาทให้นายพลคังมาปกป้องฝ่าบาทที่ราชวัง แต่ฝ่าบาททรงยืนยันให้นายพลคังปกป้องชายแดนไว้ ฝ่าบาททรงยืนยันที่จะไม่หนีเอาตัวรอดออกจากราชวัง