Skip to main content

ชื่อเรื่อง : 옷소매 붉은 끝동 / Red Sleeve
ชื่อเรื่องอื่นๆ : The Red Sleeve Cuff / Dress Sleeved Red / Red Cuff of the Sleeve
ประเภท : โนแมนติก ประวัติศาสตร์
จำนวนตอน : 16
ออกอากาศช่อง : MBC
ช่วงออกอากาศ : 12 พ.ย. 2021 - 01 ม.ค. 2022
วันเวลาออกอากาศ : ศุกร์ เสาร์ 20.00 น.

ดารานักแสดง

เรื่องย่อ The Red Sleeve

เรื่องราวความรักระหว่างพระเจ้าจองโจผู้ให้ความสำคัญกับบ้านเมืองมากกว่าความรักและพระสนมที่ต้องการชีวิตอิสระมากกว่าชีวิตในวังหลวง
ซองด็อกอิม (อีเซยอง) เป็นนางในที่องค์รัชทายาทอีซัน(จุนโฮ) ตกหลุมรัก
เมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าจองโจ จึงมีพระประสงค์จะให้ด็อกอิมเป็นสนมของพระองค์ แม้ว่าด็อกอิมจะปฏิเสธเพราะต้องการมีชีวิตอิสระและรู้ดีว่าชีวิตในวังหลวงนั้นไม่อาจมีความสุขที่แท้จริง แต่ถึงกระนั้นนางก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเป็นพระสนมไปได้..

สปอย The Red Sleeve รายตอน

สปอยล์ตอนที่

1


- ด็อกอิมเป็นนางในตั้งแต่เด็ก นางเป็นเด็กฉลาดและมีไหวพริบ และเพราะความฉลาดทำให้หัวหน้าซังกุงเลือกนางให้เป็นตัวแทนเพื่อเคารพศพพระสนมยองบินซึ่งเป็นเสด็จย่าขององค์รัชทายาทอีซาน

- องค์รัชทายาททรงสนพระทัยในการศึกษาเล่าเรียนและมีฮงด๊อกโรเป็นพระสหาย ตั้งแต่ตอนที่พระสนมยองบินประชวรหนักอยู่นั้น ฝ่าบาทไม่ทรงอนุญาตให้องค์รัชทายาทเข้าเฝ้าหรือเยี่ยมพระนาง เพราะองค์ชายซาโดซึ่งเป็นพระโอรสของพระสนมยองบินหรือเสด็จพ่อขององค์รัชทายาทอีซานทรงเป็นอาชญากรที่ถูกประหารไปแล้ว และฝ่าบาทไม่ทรงพระประสงค์ให้องค์รัชทายาทใช้ชีวิตในฐานะลูกของอาชญากร


สปอยล์ตอนที่

2


องค์รัชทายาทอีซานตั้งพระทัยจะล่าเสือให้ได้ หลังจากที่มันฆ่าคนตายไปหลายคน พระองค์เสด็จออกนอกวังโดยไม่ได้ขออนุญาตจากฝ่าบาท ขณะที่กำลังหารือกับคังแทโฮอยู่นั้น ด็อกอิมที่หกล้มไถลลงมาจึงชนกับพระองค์และตกลงไปในสระน้ำด้วยกัน แต่ทั้งคู่ก็ยังมิได้เห็นหน้ากัน องค์รัชทายาทรีบเสด็จกลับวังและสั่งขันทีให้บอกนางให้เขียนจดหมายขอโทษพระองค์และนำไปที่ตำหนักทงกุงภายในสามวัน


สปอยล์ตอนที่

3


ด็อกอิมสามารถหาวิธีช่วยเหล่านางในให้พ้นอันตรายจากเสือได้สำเร็จ นางตกอยู่ในอันตรายขณะตามหานางในน้อยที่ถูกเสือฆ่าตายแต่องค์รัชทายาททรงช่วยนางไว้ได้ หลังจากนั้นพระองค์และเหล่าทหารก็ระดมกำลังและวิธีจนสามารถล่าเสือตัวนั้นได้ วันต่อมาด็อกอิมไปดักรอที่บ่อน้ำเพราะคิดว่าพระองค์คืออาจารย์ที่แวะไปดื่มน้ำที่บ่อแห่งนี้ทุกเช้า


สปอยล์ตอนที่

4


ด็อกอิมรู้สึกว่าตนเองโง่และถูกหลอกเมื่อได้รู้ตัวตนที่แท้จริงขององค์รัชทายาท ฮงด็อกโรทูลว่าเขารู้เบาะแสของจดหมายนิรนามแล้ว แต่องค์รัชทายาททรงต้องการหลักฐานที่ชัดเจนและตรัสว่ามีคนแอบลอบสังหารพระองค์ขณะที่กำลังเล็งธนูยิงเสือ จึงมีรับสั่งให้หาตัวคนร้ายซึ่งเป็นหนึ่งในองครักษ์ของพระองค์


สปอยล์ตอนที่

5


ด็อกอิมแอบตามองค์รัชทายาทไปที่หอคณิกา ด็อกโรไหวตัวทันและสั่งให้นักฆ่าสังหารนางแต่องค์รัชทายาทเสด็จออกมาห้ามไว้ได้ทันและตรัสว่านางเป็นคนของตำหนักทงกุง ด็อกอิมทูลว่านางตามไปเพราะคำสั่งของพระชายาฮงที่ทรงเป็นห่วงว่าองค์รัชทายาทเสด็จมาที่หอคณิกา องค์รัชทายาทจึงทรงพานางเข้าไปในห้องลับซึ่งใช้เป็นที่ประชุมของพระองค์และเหล่าเสนาคนสนิท หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงซื้อตำราจำนวนมากเพื่อให้นางอ่านและสามารถถามพระองค์ได้หากมีอะไรที่ไม่เข้าใจ ทรงตรัสว่าทุกครั้งที่ได้ใช้เวลาอยู่กับนางที่ห้องหนังสือ มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษเพราะทำให้พระองค์คิดว่าสามารถทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวได้ แต่ตอนนี้พระองค์กลับไม่แน่พระทัยตนเอง


สปอยล์ตอนที่

6


ด็อกอิมนำคำสั่งขององค์รัชทายาทไปส่งให้เหล่าเสนาคนสนิทในที่ประชุมลับของพระองค์ เพื่อให้จับตาดูราชเลขาจองซึ่งเจ้าเลห์และเต็มไปด้วยกลอุบาย พระองค์ยังทรงต้องการให้ใครสักคนช่วยเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทให้ยกเลิกคำสั่งกักบริเวณของพระองค์ด้วย แต่ตอนนี้ฮงด็อกโรยังมองไม่เห็นผู้ที่เหมาะสม ด็อกอิมจึงคิดว่าตนเองจะเกลี้ยกล่อมพระมเหสีให้อยู่ฝ่ายองค์รัชทายาท พระมเหสีทรงทราบดีว่าด็อกอิมเข้าหาพระนางเพราะอะไร จึงทรงตั้งปริศนาที่ด็อกอิมตอบไม่ถูก แต่เมื่อทรงถามว่าองค์รัชทายาทให้ความเคารพพระนางเพียงใด ด็อกอิมจึงตอบว่าเพียงกระจกเพราะมันคือสิ่งที่สะท้อนทุกสิ่ง หากพระนางเคารพองค์รัชทายาทเพียงใด องค์รัชทายาทก็จะเคารพพระนางเ


สปอยล์ตอนที่

7


องค์รัชทายาทและด็อกอิมผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงซอซังกุงที่กำลังจะเข้ามาช่วยล้างพระเกศา แต่องค์รัชทายาทยังไม่อนุญาตให้เข้ามาเพราะด็อกอิมกำลังเปลี่ยนชุดเพื่อไม่ให้ใครสงสัยหากเห็นนางเปียกปอน ซอซังกุงรออยู่นานจนเกิดความสงสัยจึงเจาะรูแอบดูและเห็นด็อกอิมกำลังเปลี่ยนชุด


สปอยล์ตอนที่

8


องค์รัชทายาททรงตรัสย้ำเตือนด็อกอิมว่าชีวิตและทุกส่วนของนางเป็นของพระองค์ ขณะที่องครักษ์คังแทโฮเดินตามหาองค์รัชทายาท เขาบังเอิญผ่านไปเห็นอาจารย์ฮงและหมอหลวงกำลังคุยกันเรื่องยาของฝ่าบาท อาจารย์ฮงขัดคำสั่งขององค์รัชทายาทโดยการพาหมอหลวงเข้าร่วมประชุมทงด็อกเฮ พระองค์จึงทรงทราบว่าตอนนี้ฝ่าบาทกำลังประชวรด้วยโรคสมองเสื่อม


สปอยล์ตอนที่

9


ด็อกอิมแปลกใจที่เห็นว่าวจำนวนมากในสวนดอกไม้ องค์รัชทายาทจึงทรงสอนนางว่ามันคือว่าวสัญญาณที่ใช้ในการบอกเหตุ องค์รัชทายาททรงตรัสกับด็อกอิมว่าในตอนนั้นพระองค์ทรงตามหานางแต่ทว่าในความเป็นเด็กจึงทรงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้นอีกทั้งยังต้องหาวิธีเอาตัวรอด แต่ตอนนี้พระองค์ทรงพบนางแล้วจึงอยากรู้ว่าควรทำเช่นไรกับนางดี แต่ด็อกอิมทูลว่าการพบกันของเด็กสองคนในตอนนั้นถือเป็นเรื่องบังเอิญและนางก็ไม่เห็นว่ามีสำคัญแต่อย่างใด


สปอยล์ตอนที่

10


อาจารย์ฮงออกมาตามองค์รัชทายาทเพราะทุกคนรออยู่ แต่พระองค์ทรงรับปากด็อกอิมว่าจะดูแลขณะที่นางหลับและนางก็คือคนที่ส่งว่าวสัญญาณให้พระองค์ แต่อาจารย์ฮงทูลว่าพระองค์จะต้องทรงปกป้องคนทั้งประเทศและทุกคนก็เสียสละและช่วยพระองค์เช่นกัน มิใช่เพียงนางในผู้เดียวเท่านั้น เมื่อซอซังกุงวิ่งตามมาถึง องค์รัชทายาทจึงทรงฝากด็อกอิมไว้กับนาง


สปอยล์ตอนที่

11



ฝ่าบาททรงใช้เหล็กร้อนเพื่อจะทำร้ายพระชายาฮง เพราะทรงเข้าพระทัยว่าพระนางคือผู้ที่นำอาหารมาถวาย แต่องค์รัชทายาททรงใช้พระหัตถ์รับไว้และขอรับโทษแทน พระมเหสีทรงทราบดีว่าเป็นฝีมือขององค์หญิงฮวาวานที่สมคบคิดกับใครบางคน

โจซังกุงรู้ว่าด็อกอิมแอบพาพัคซังกุงออกจากห้องขังไปรักษาตัว จึงบอกว่าตอนนี้นางไม่ต้องการด็อกอิมแล้วถึงแม้จะเคยเอ็นดูมากแค่ไหนก็ตาม องค์รัชทายาทยังคงทรงงานในฐานะผู้สำเร็จราชการเพื่อรอการตัดสินพระทัยของฝ่าบาท ด็อกอิมฝากยารักษาแผลพุพองเพื่อให้อาจารย์ฮงนำไปถวายองค์รัชทายาท แต่เขามิได้ถวายและทูลว่าไม่เจอด็อกอิมเลย


สปอยล์ตอนที่

12



ขณะไต่สวนองค์รัชทายาท ฝ่าบาททรงมีอาการกำเริบและทรงคิดว่ากำลังตรัสอยู่กับองค์ชายซาโดซึ่งเป็นพระโอรสที่ล่วงลับไปแล้ว จนกระทั่งองค์รัชทายาททรงเตือนพระสติว่าพระองค์คืออีซานหลานของเสด็จปู่และข้าราชสำนักก็ยืนยันเช่นนั้น


สปอยล์ตอนที่

13


วอลฮเยและสมุนของนางใช้ผ้าคลุมหน้าบุกไปที่ตำหนักหมายจะลอบปลงพระชนม์ฝ่าบาท แต่พวกนางสู้ฝีมือราชองครักษ์ไม่ได้จึงหลบหนีไป ต่อมาวอลฮเยและพรรคพวกถูกจับไปคุมขังเพราะฮงด็อกโรรู้ดีว่าเป็นฝีมือของพวกนาง


สปอยล์ตอนที่

14


ด็อกอิมรอฝ่าบาทอยู่ที่ตำหนักทงกุงจนกระทั่งหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาจึงพบว่าตนเองซบอยู่ที่ไหล่ของฝ่าบาท พระองค์ทรงตรัสว่านางทำให้พระทัยของพระองค์สั่นคลอนแม้กระทั่งเวลาทรงงาน จากนั้นพระองค์จึงตรัสให้นางกลับไปนอนเมื่อเห็นว่านางเหนื่อยล้า

ฝ่าบาททรงไล่คนจากตำหนักสังเกตการณ์ออกไปกว่าครึ่งรวมทั้งผู้ที่รับสินบนยกเว้นฮงด็อกโร ราชองครักษ์เตือนด็อกโรว่าฝ่าบาททรงกริ้วเพียงแต่ไม่ตรัสออกมาเท่านั้น ด็อกโรกระหยิ่มใจว่าตนเองคือผู้ที่ครองพระทัยฝ่าบาทและพระองค์ก็จะทรงให้อภัยเสมอ แต่เมื่อรู้ว่าพระองค์มีดำริจะสร้างปราสาทฮวาซอง เขาจึงแปลกใจว่าเหตุใดฝ่าบาทไม่เคยตรัสหารือกับเขาเรื่องนี้เลย


สปอยล์ตอนที่

15


ฝ่าบาททรงสั่งให้ด็อกอิมออกจากวังและไม่ต้องกลับมาให้พระองค์เห็นหน้าอีก เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นด็อกอิมคำนับอยู่ที่หน้าวังเพื่อเป็นการทูลลา ฝ่าบาทเสด็จมาที่เรือนของด็อกอิมและทรงพบตำรา”คุณธรรมสำหรับสตรี”ของพระสนมยองซึ่งด็อกอิมไม่สามารถนำติดตัวไปด้วยได้ซึ่งในนั้นนางได้ซ่อนตำราแผ่นหนึ่งที่เคยฉีกไว้เพื่อช่วยองค์รัชทายาทอีซาน

หนึ่งปีผ่านไป..


สปอยล์ตอนที่

16


ฝ่าบาททรงสารภาพกับด็อกอิมว่าคิดถึงนางมากและอยากให้นางกลับมาเหมือนเดิม ด็อกอิมจึงทูลว่านางขออยู่ในตำแหน่งเดิมเท่านั้น พระสนมฮวาบินที่ยังคงริษยาด็อกอิมทรงเข้าหาพระพันปีเพื่อทูลขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่าต้องการมีทายาท มิเช่นนั้นแล้วตนเองก็คงไร้ความหมายและถูกทอดทิ้ง

ซองชิกได้รับตำแหน่งงานในสำนักราชองคงรักษ์ ด็อกอิมดีใจกับพี่ชายที่จะได้เป็นทหารเหมือนท่านพ่อ พระพันปีทรงทูลขอฝ่าบาทให้ยกเลิกการเนรเทศคิมกึยจูพระเชษฐาของพระนางเนื่องจากอาการป่วย ฝ่าบาทมิได้ทำตามพระประสงค์แต่ตรัสว่าจะส่งหมอหลวงไปดูอาการซึ่งทำให้พระพันปีไม่ค่อยพอพระทัยเท่าไรนัก


สปอยล์ตอนที่

17


องค์รัชทายาทซึ่งเป็นโอรสพระองค์แรกของฝ่าบาทและด็อกอิม สิ้นพระชนม์ด้วยโรคหัดตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ในขณะที่ด็อกอิมหรือพระสนมอึยบินกำลังตั้งครรภ์ที่สอง แม้ฝ่าบาทจะทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเพียงใด แต่ก็ทรงมีรับสั่งให้ทุกคนช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ของโรคระบาดโดยเร็วเพราะทรงห่วงใยราษฎรที่เปรียบเสมือนลูกของพระองค์เช่นกัน

ด็อกอิมและเพื่อนๆ เสียใจมากหลังจากที่ยองฮีต้องจากไป เพราะความผิดที่แอบตั้งครรภ์อย่างลับๆและแท้งลูก จากนั้นเพื่อนรักทั้งสามคนที่เหลือก็สัญญากันว่าสักวันหนึ่งพวกเขาจะไปพบกัน ณ ที่แห่งหนึ่ง ด็อกอิมทูลขออภัยฝ่าบาทที่เย็นชาต่อพระองค์